ในการแข่งขันรถ Formula 1 หรือ F1 การจัดการกับอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamics) เป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งในยุคที่เทคโนโลยีเครื่องยนต์ถูกจำกัดและกำลังเครื่องยนต์ F1 ของแต่ละทีมก็ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก ซึ่ง Outwash เป็นหนึ่งในเทคนิคด้านอากาศพลศาสตร์ที่สำคัญ (และจะยังสำคัญต่อไป) ในการสร้างความได้เปรียบของคันที่ขับนำ
บทความนี้เราจะพาคุณไปทำความเข้าใจว่า Outwash คืออะไร? ทำไมมันเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดและเป็นประเด็นถกเถียงในวงการเทคนิคเสมอมา
Outwash คืออะไร?
Outwash คือ เทคนิคการจัดการกระแสลมทางอากาศพลศาสตร์ โดยการปัดลมออกด้านข้างของตัวรถ ด้วยการการออกแบบชิ้นส่วนแอโรไดนามิกโดยเฉพาะปีกหน้าและชิ้นส่วนด้านข้าง เพื่อช่วยผลักกระแสลมให้ไหลออกด้านข้างห่างจากตัวรถ แทนที่จะปล่อยให้ไหลผ่านเข้าไปยังกลางลำตัวรถหรือปะทะกับล้อหน้าโดยตรง
เพื่อให้เห็นภาพการทำงานชัดเจนที่สุด ลองนึกภาพเรือสปีดโบ๊ทที่กำลังแล่นด้วยความเร็วสูง หัวเรือจะแหวกน้ำและส่งคลื่นกระแทกออกไปด้านข้างทั้งสองฝั่งอย่างรุนแรง นั่นคือสิ่งที่รถ F1 พยายามทำกับอากาศที่เรามองไม่เห็น
วิศวกรจะออกแบบองศาของปีกหน้า Endplate หรือช่องดักลมต่าง ๆ ให้ทำหน้าที่เหมือนใบพัดที่กวาดลมออกไปด้านข้าง เพื่อไม่ให้ลมที่ปะทะหน้ารถไหลไปชนกับล้อหน้า ซึ่งเป็นจุดที่สร้างความปั่นป่วนของกระแสลม (Turbulence) มากที่สุดจุดหนึ่งของรถ
เมื่อลมถูกปัดออกไปด้านข้างแล้ว กระแสลมดังกล่าวจะทำหน้าที่เป็นกำแพงอากาศที่มองไม่เห็น ช่วยกันไม่ให้ลมภายนอกม้วนตัวกลับเข้าไปรบกวนกระแสลมใต้ท้องรถ และช่วยซีลขอบพื้นรถให้แนบสนิทกับพื้นแทร็กมากที่สุด ทำให้เกิดแรงกด (Downforce) มหาศาล ช่วยให้รถเกาะถนนได้อย่างดีเยี่ยมในขณะเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง
ผลของ Outwash ต่อการแข่งขัน
แม้ว่าเทคนิคนี้จะสร้างข้อได้เปรียบให้กับรถคันที่ใช้อย่างมหาศาล แต่ผลกระทบของ Outwash ที่เกิดขึ้นในสนามแข่งยังมีด้านลบที่รุนแรง จนทางสหพันธ์ยานยนต์นานาชาติ (FIA) ต้องออกกฎควบคุมอย่างเข้มงวด
ข้อได้เปรียบสำหรับรถคันนำที่ได้มากจากการสร้าง Outwash ได้ดีจะทำให้รถมีเสถียรภาพสูงมาก กระแสลมที่ไหลผ่านตัวรถจะราบรื่น (Laminar Flow) เพราะลมที่ปั่นป่วนถูกดีดออกข้างไปหมดแล้ว ทำให้ดิฟฟิวเซอร์และปีกหลังทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ส่งผลให้ทำเวลาต่อรอบได้ดีและยางสึกหรอน้อยลง
ในทางกลับกัน Outwash คือหายนะสำหรับรถคันตามหลัง เมื่อรถคันหน้าปัดลมออกด้านข้างอย่างรุนแรง Outwash จะทิ้งร่องรอยของอากาศที่ปั่นป่วนและไร้ระเบียบ (เรียกว่า Dirty Air) เอาไว้ข้างหลังเป็นวงกว้าง รถคันที่ตามมาจะต้องขับฝ่าเข้าไปในมวลอากาศที่แปรปรวนนี้ ทำให้ปีกหน้าและพื้นรถไม่สามารถสร้างแรงกดได้ตามปกติ ส่งผลให้รถหน้าดื้อ (Understeer) ยางร้อนจัด และเกาะถนนแย่ลงทันที
นี่คือสาเหตุที่ในยุคหนึ่งเราเห็นการแซงกันยากมาก เพราะทันทีที่รถคันหลังเข้าใกล้คันหน้าในระยะ 1-2 วินาที สมรรถนะของรถจะตกลงอย่างน่าตกใจจากการโดนลม Outwash ของคันหน้าเล่นงาน ทำให้ FIA ต้องพยายามแก้กฎในปี 2022 เพื่อลดการสร้าง Outwash และบังคับให้ลมไหลผ่านตัวรถในรูปแบบอื่น เพื่อให้การแข่งขันดุเดือดขึ้นและรถสามารถขับจี้ท้ายกันได้ใกล้ชิดกว่าเดิม
และล่าสุดในปี 2026 ที่มีการเปลี่ยนแปลงกฎ Formula 1 ครั้งใหญ่ FIA ก็ได้มีการพยายามลด Outwash ลงอีกครั้งผ่านกฎด้านดีไซน์รถ Formula 1 ปี 2026 เพื่อให้รถแข่งกันสนุกขึ้น
ดีไซน์รถ Formula 1 ปี 2026 ลดปัญหา Outwash อย่างไร?
ความพยายามในการลด Dirty Air เป็นสิ่งที่ FIA พยามมาอย่างยาวนาน และสำหรับดีไซน์รถ Formula 1 ปี 2026 ก็ยังคงมีพยายามนั้นอยู่ เนื่องจาก Dirty Air เป็นปัญหาสำคัญของ Formula 1 ในยุค Ground Effect ที่ผ่านมา (ปี 2022 ถึง 2025)
สำหรับดีไซน์รถ Formula 1 ในปี 2026 FIA ได้ออกแบบกฎเกี่ยวกับตัวรถแข่ง F1 โดยมีความพยายามเปลี่ยนทิศทางลมให้เป็นแบบ Inwash หรือ การดึงลมเข้าแทน เพื่อเก็บลมเสียไว้ใกล้ตัวรถไม่ให้แผ่ออกไป ซึ่งช่วยให้รถคันหลังขับตามในไลน์เดียวกันได้ง่ายขึ้น
เริ่มจากการเพิ่มแผ่นรีดลมบริเวณ Bargeboards หน้า Sidepod ของรถ F1 ปี 2026 เพื่อดึงลมปั่นป่วนที่เกิดจากล้อหน้า (Wheel Wake) ให้ม้วนกลับเข้ามาแนบกับตัวรถ แทนที่จะปล่อยให้มันบานออกไปด้านข้างไปกวนคันอื่น

Bargeboard ของ F1 ปี 2026 ที่ช่วยลด Turbulent Air จากด้านหน้า เพื่อลดปัญหาจาก Outwash
พร้อมกับนำซุ้มล้อหน้าซึ่งเป็นชิ้นส่วนที่เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เกิดกระแสลมปั่นป่วนออกด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ ในส่วนของพื้นรถ (Floor) ของรถ F1 ภายใต้กฎของปี 2026 จะมีขนาดที่แคบลง 150 มม. และที่สำคัญกว่านั้นคือมีความยืดหยุ่นและการดีไซน์ที่จำกัดมากขึ้น เพื่อป้องกันทีมแข่งแอบสร้างลมหมุน (Vortex) อย่างที่ทำกันในยุค Ground Effect ที่ผ่านมา

พื้นรถ F1 ของปี 2025 (ด้านซ้าย) เมื่อเทียบกับพื้นรถ F1 ของกฎปี 2026 (ด้านขวา)
และส่วนสำคัญสุดท้ายคือปีกหน้าของรถ F1 ในปี 2026 จะแคบลง 100 มม. (จากเดิมกว้างเท่าตัวรถ) เมื่อปีกแคบลง ทีมแข่งจะสร้างกระแสลมเพื่อปัดออกไปด้านข้าง (รอบล้อหน้า) ได้ยากขึ้น ซึ่งเป็นการตัดวงจร Outwash ตั้งแต่ส่วนหน้าสุดของรถ